วิธีนี้เหมาะกับการแก้งานที่มีจำนวนน้อย อย่างเช่น ตัวหนังสือใน Photoshop หรือข้อความหัวเรื่องในการจัดหน้างานด้วย Indesign ที่ใช้ font แปลกๆ เพื่อดึงความสนใจ วิธีการแก้มีดังนี้ครับ

1. เลือกวรรณยุกต์ที่ต้องการแก้ไขตำแหน่งความสูงต่ำด้วยวิธี คลิกเคอร์เซอร์ตรงตำแหน่งหลังวรรณยุกต์นั้น แล้วกด Shift+ลูกศรซ้าย 1 ครั้ง
















2. เลือกที่ Panel ปรับแต่งตัวอักษร Character แล้วปรับค่าความสูงต่ำให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ตรงกรอบสีแดงตามต้องการ
















3.บาง font สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการลากครอบเลือกทั้งคำ แล้วเอาเครื่องหมายถูกตรง Option ของ Character Panel ที่เขียนว่า Ligatures ออกไป (ตำแหน่งวรรณยุกต์จะต่างจากวิธีแรกนิดหน่อยครับ)































ง่ายๆ แค่นี้แหละครับ แต่เดี๋ยวก่อน ลองคิดดูครับว่าถ้าเราต้องปรับแก้หลายร้อยจุดล่ะครับ งานเข้าเลยทีนี้ บางคนอาจบอกว่า ทำไมต้องปรับล่ะ เราก็ใช้ font ที่วรรณยุกต์ไม่ลอยซะก็หมดเรื่อง นั่นก็ถูกครับ แต่พอเราทำงานไปนานเข้า ใช้แต่ font เดิมๆ หรือ font ที่เหมาะกับเนื้อหางานนั้นไม่ได้เป็น font ตัวที่ได้ปรับแก้เรื่องวรรณยุกต์ล่ะครับ จะทำยังไง เรื่องนี้เอาไว้คราวหน้าจะมาบอกครับ

ตัวหนังสือ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า font นั้น ในงานกราฟิกถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้ในการสื่อความหมายของงาน (เข้าถึงได้ง่าย) สำหรับ font ที่ใช้ๆ กันอยู่ บางคนก็ใช้ตามที่กราฟิกคนก่อนลงไว้ในเครื่อง ใช้ตามมีตามเกิด ไม่เคยรู้ว่า font มันพัฒนาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว หากเป็นกราฟิกที่เริ่มจับงานเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน คงรู้จักวิธีการแก้ วรรณยุกต์ลอย (เรียกติดปากกันว่า สระลอย) ไม้เอก ไม้โท อยู่สูงเกินไป ด้วยการกดรหัสเอา (อาทิ alt+0139 เป็นไม้เอกที่อยู่ในตำแหน่งเหมาะสม) แต่วันนี้ผมไม่ใช่จะมารำลึกความหลัง เพียงแต่เกริ่นเพื่อจะบอกว่า font สมัยนี้สามารถจัดการแก้ปัญหาวรรณยุกต์ (สระลอย)ได้เรียบร้อยแล้ว เพราะในตัว font จะมีโปรแกรมฝังอยู่เพื่อให้วรรณยุกต์ต่างๆ รู้ตำแหน่งที่มันควรจะอยู่ เรารู้จักกันว่า font แบบ open type ซึ่งจะสามารถใช้ได้กับโปรแกรมตระกูล Adobe ได้ตั้งแต่เวอร์ชั่น CS2 ขึ้นไป

วันนี้จะเอา font ภาษาไทยของ SIPA มาไว้ให้โหลดกัน เป็น font แจกฟรีครับ ซึ่งตัวที่ใช้อยู่นี้ไม่แน่ใจว่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่แจกในเว็บ SIPA หรือเปล่า เพราะผมได้มาเป็นแผ่น CD และช่วงนั้นปัญหา font ภาษาไทยชุดนี้คือเวลาพิมพ์คำที่มี สระอำและมีวรรณยุกต์ซ้อนข้างบนเช่นคำว่า น้ำ ล้ำ ด่ำ ตัววรรณยุกต์จะอยู่ในตำแหน่งที่ทับกับวงกลมของสระอำ แต่มี font ตระกูล TF เท่านั้นที่ไม่มีปัญหา หลังจากที่ลองใช้มาหลาย font ตัวที่ใช้บ่อยและมีปัญหาน้อยสุดคือ font ตระกูล TF ส่วนตระกูล TEPC TH ซึ่ง font เหล่านี้เหมากับตัวหนังสือใช้ทำส่วนของ content เพราะเป็นตัวหนังสือแบบมีหัวและอ่านง่าย ลองโหลดไปทดลองใช้ดูเองละกันนะครับ ส่วนวิธีแก้ปัญหาวรรณยุกต์ลอย (สระลอย) จะนำมาบอกให้ทราบในโอกาสต่อไปครับ ซึ่งมีวิธีการจัดการในแต่ละลักษณะต่างๆ กันไป

Download font SIPA ------>คลิก<------

วิธีเอารูปออกมาจาก Microsoft office Word

สำหรับคนทำงานกราฟิกอย่างเราๆ ท่านๆ ถ้าได้ทำงานในส่วนของงานพิมพ์ แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นกับการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เพื่อขอข้อมูลต่างๆ มาใช้จัดหน้างาน ทั้งหนังสือก็ดี วารสาร แผ่นพับ สารพัด ลูกค้าที่มาหาเรา มีความรู้ความเข้าใจในงานพิมพ์ไม่เท่ากัน ข้อมูลดิบที่เราได้รับมาก็จะมีรูปแบบหลากหลาย จะมาเป็นไฟล์ jpg psd ai และอีกหลากหลาย แต่ที่เห็นได้บ่อยและเจออย่างเสมอต้นเสิมปลายก็คือ มาเป็นไฟล์ word ในไฟล์จะมีทั้งภาพและตัวหน้งสือ อยู่ในนั้น ลำพัง copy ตัวหนังสือมาวางลงไปใหม่ในโปรแกรมกราฟฟิกที่เราใช้ก็ไม่เท่าไหร่ แต่รูปนี่สิ จะเอาออกมาจาก word ได้ยังไง? นั่นน่ะสิ อันนี้ต้องขอสารภาพว่าเมื่อก่อนเอาออกมาด้วยวิธีการ copy แล้วมาวางลงใน photoshop ซึ่งรูปที่ได้นั้นดีบ้าง มีลายเป็นเหลี่ยมบ้าง บางที่ก็เล็กมาก ซึ่งกว่าจะได้แต่ละรูปนี่ใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว กว่าจะปรับให้ใช้ได้ แต่ที่แท้จริงแล้วมันมีวิธีที่ง่ายกว่า เพียงคลิกแค่ปลายนิ้ว ดังนี้

  • 1. ข้อสังเกตก่อนเปิดไฟล์ ให้เราเช็คขนาดของไฟล์ word ก่อนว่ามีขนาดเท่าไหร่ ถ้าไฟล์มีขนาดเล็ก แสดงว่าภาพที่เราจะเอาออกมานั้นอาจจะเล็กจนใช้ไม่ได้ แต่ถ้าไฟล์มีขนาดใหญ่ เวลาเราเอารูปออกมาเราจะได้รูปต้นฉบับที่คนสร้างไฟล์ word เอามาวางลงในไฟล์ มีอีกกรณีหนึ่งที่เจอมาคือ word ในเครื่องที่สร้างไฟล์นั้น ไม่ได้ตั้งค่าฝังต้นฉบับไฟล์ภาพลงไปในไฟล์ word ด้วย (แก้ไขด้วยการไปตั้งค่าใน option ของโปรแกรม) แต่ word จะปรับภาพให้เหมาะสม เพื่อสำหรับขยายหรือย่อรูปในโปรแกรมแล้วยังพอดูได้ไว้ให้แทน แต่เมื่อ word มาถึงมือเราแล้ว ถ้าไม่ได้พูดคุยเรื่องการเตรียมข้อมูลกับลูกค้าไว้ก่อน จะให้ลูกค้ากลับไปทำใหม่ บางทีลูกค้าเองก็ลืมไปแล้วว่าเอารูปจากไหนมาลง เราก็เลือกไม่ได้ล่ะครับ ก็ต้องใช้ไฟล์นั้นทำงาน














  • 2. หลังจากที่เปิดไฟล์มาแล้ว ให้เรา Save as แล้ว save เป็นไฟล์ Web page (.html)















  • 3. หลังจากที่เรา save ไฟล์แล้ว word จะสร้าง folder ที่มีชื่อเดียวกับชื่อไฟล์มาให้ เมื่อเราเข้าไปดูด้านใน จะเห็นว่าในนั้นจะมีไฟล์รูปที่ใช้ใน word ทั้งรูปต้นฉบับ (ที่เราจะนำไปใช้งาน) และรูปที่ใช้แสดงในไฟล์ word รวมอยู่ในนั้นให้หมดเลย










































วิธีนี้นอกจากจะใช้กับ word แล้ว ยังสามารถที่จะใช้กับโปรแกรมในชุด Microsoft Office อื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น Powerpoint

สุดท้ายฝากกันอีกนิดว่า ควรเปลี่ยนชื่อรูปก่อนที่เราเอามาใช้ ให้เป็นชื่ออื่นที่เหมาะสมกับงาน เพราะหากไม่เปลี่ยนชื่อแล้ว เวลานำรูปที่ใช้มารวมอยู่ใน folder เดียวกันเดี๋ยวจะมีปัญหากับงานได้ครับ